นี่คือเกมFanmadeที่เมพที่สุดของ Megaman!!!(คิดว่านะ)
posted on 29 Oct 2010 00:33 by fransisko

(ขออภัย พอดีแก้ผิดพลาด คอมเม้นหายเลย ใครเคยเม้นแล้วแวะมาอีกทีเม้นให้ใหม่ทีเน้อ อิอิT-T)
เป็นเรื่องของเด็กน้อยคนหนึ่ง ซึ่งมีครอบครัวที่อบอุถ่น ประกอบไปด้วยคน 5 คน
วันหนึ่ง เด็กน้อยทานข้าวเช้าและดูทีวีอยู่กับครอบครัว เด็กน้อยเห็นคุณพ่อดูทีวีเกี่ยวกับข่าวการเมือง
‘พ่อฮับๆ การเมืองคือไรอะ?’ เด็กน้อยถามด้วยความสงสัย
คุณพ่อก็ทำหน้ากลุ้มคิดอยู่คู่หนึ่งจึงตอบลูกชายไป
‘อืมมม มันไม่ยากหรอกลูก ก็เปรียบเทียบง่ายๆนะง
เปรียบ...พ่อ เป็นพ่อค้านายทุน ที่คอยหาเงินไง!
เปรียบ...แม่ เป็นรัฐบาล ที่คอยเอาเงินของพ่อมาบริหารอีกที!
เปรียบ...ลูกเป็นเหมือนประชาชน ที่ต้องมีรัฐบาลคอยดูแล!
เปรียบ...น้องชายของลูกเป็นอนาคตของชาติ!
เปรียบ...พี่แจ๋ว(พี่เลี้ยงที่เป็นคนใช้ในบ้าน)เป็นชนชั้นแรงงานไง!
เด็กน้อยทำหน้างง ไม่เห็นจะเข้าใจเลยซักนิด เด็กน้อยก็เก็บความสงสัยเอาไว้จนกระทั่งถึงตอนกลางคืน
ขณะที่เด็กน้อยกำลังหลับ
แง้ๆๆๆๆๆๆ
เสียงของทารกน้อยดังขึ้น เด็กน้อยจึงไปดูที่เปล ก็พบว่า น้องชายของเขา ขี้แตก!!
เด็กน้อยจึงรู้ทันทีว่า ต้องตามแม่มาดูน้อง
ขณะที่เดินไปตามแม่ เด็กน้อยก็ได้ยินเสียงออกมาจากห้องของพี่แจ๋ว พี่เลี้ยงคนสวย เด็กน้อยเกิดความสงสัย จึงแง้มประตูเข้าไปดู ก็พบว่า พ่อกำลังอยู่บนตัวพี่แจ๋ว
เด็กน้อยจึงเดินไปหาแม่ต่อ และพบว่าแม่กำลังหลับสนิทอยู่เด็กน้อยพยายามปลุกแต่แม่ของเด็กน้อยก็ไม่ยอมตื่น เด็กน้อยจึงท้อใจและเดินกลับเข้าไปนอนหลังจากคิดอะไรได้มามายจากเรื่องนี้
รุ่งเช้า
เด็กน้อยลงมาจากห้องเพื่อมากินข้าวเช้า เขาเห็นพ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ จึงเดินเข้าไปพูดกับพ่อด้วยน้ำเสียงดีใจ
‘พ่อฮับๆ ผมเข้าใจแล้วว่าการเมืองหมายความว่าไง’
เด็กน้อยยิ้มในสิ่งที่ตัวเองรู้ ซึ่งเป้นสิ่งที่แม้แต่ผู้ใหญ่บางคนยังไม่เข้าใจ
‘แล้วมันเป็นยังไงล่ะลูก ไหนเล่าให้พ่อฟังซิ’
พ่อถามด้วยความสนใจ ส่วนลูกก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจแล้วตอบว่า
‘คือ.....การที่พ่อค้าหรือนายทุนกดขี่ชนชั้นแรงงาน!!!! ในขณะที่รัฐบาลก็เอาแต่หลับหูหลับตาไม่สนใจประชาชน ไม่ว่าประชาชนจะร้องเรียกอย่างไรก็ตาม โดยทิ้งอนาคตของชาติให้จมลงบนกองขี้!!!!!’
พอดีคันมืออยากอัพบล๊อค แต่ยังไม่ว่างเขียนเรื่องใหม่เลยถือโอกาศ เอานิยายตัวเองมาโฆษณาซะน่อย อิอิ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
หากสามารถย้อนกลับไปยังอดีตได้ คุณ
อยากจะกลับไปมั้ย?
ไม่ว่าจะมีความหลังที่งดงาม หรือ เรื่องผิดพลาดที่อยากจะกลับไปแก้ไข หากมีวิธีที่จะย้อนกลับไปได้ คุณจะทำไหม?
นี่คือเรื่องราวของเหล่าผู้ที่มีปูมหลังในอดีต ทั้งน่าจดจำ ทั้งอยากจะลืมเลือน ทั้งตราบาป ความแค้น และความผูกพัน
ชายผู้มีอดีตของโศกนาฏกรรมที่ขมขื่น….
....ชายผู้ต้องการให้สงครามในอดีตกาลฟื้นคืนกลับมา!
ผู้ต้องการกลับไปหาครอบครัวที่มีอยู่แต่ในวันวาน...
ชายผู้ที่หนีจากตราบาปในอดีต…..
....และแฝงกายอยู่กับชื่อเสียงจอมปลอมในปัจจุบัน!!
ผู้ที่ต้องการกลับไปยังอดีตเมื่อครั้นเพื่อนพ้องยังมีชีวิตอยู่….
ผู้ที่เดินไปข้างหน้าโดยไม่คิดหันไปมองอดีต...
ผู้ที่ต้องการกลับไปเสพอำนาจและความมั่งคั่งในกาลก่อน!,
ผู้ที่เจ็บปวดจากอดีตและต้องการสร้างอนาคตที่ดีกว่า
ผู้ไม่ยอมที่จะตายและทำทุกวิถีทางเพื่อจะมีชีวิตรอดในปัจจุบัน!
ผู้ที่หวาดกลัวและไม่หวังจะให้วันพรุ่งนี้มาถึง!
สุดท้ายแล้ว ใครกันที่จะเป็นฝ่ายสมหวัง?!....
…………………
“แล้วเจ้าล่ะพ่อหนุ่ม...เจ้าจะเลือกอะไร....”
“ข้าไม่สนใจ....หากข้าสามารถฆ่ามันผู้นั้นได้ แม้ข้าจะต้องทำลายโลกนี้ไปด้วย ข้าก็ยอมมมม!!!!”
----------------------------------------
=NostalgiA=
คืนสู่กาลเก่า
---------------------------------------
http://writer.dek-d.com/fransisko/writer/view.php?id=534920
-------------------------------------------------------
เป็นนิยายแนวแฟนตาซี+กำลังภายใน ครับ
แต่พอดีว่าอัพไม่ค่อยบ่อยเพราะเวลาไม่เยอะ เลยออกจากจืดๆไปนิด ไงถ้าสนใจก็ติดตามกันด้วยนะคร้าบ^ ^
แต่งนิยายพิศดาลแถมอัพไม่บ่อยนี่มันลำบากจริงๆ
เอนทรี่แรกเขียนแบบลวกๆไปหน่อยเลยรู้สึกปัญญาอ่อนพิกล คราวนี้เลยจะเขียนเป็นเรื่องเป็นราวละ
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาไปเจอหนังสือมาเล่มนึงครับ จั่วหัวได้น่าสนใจมาก
“มึงสู้จริงหรือเปล่า!!”
ของคุณ สมคิด ลวางกูร ใช้คำพูดได้ดิบๆดี แต่จี้ใจดำแปลกๆ เลยซื้อมา 199 บาท อดซื้อการ์ตูนเลยกู พอกลับมาบ้านอ่านดู หนังสือKnow how ทั่วๆไป ผมจะใช้เวลาประมาน1-2สัปดาห์ถึงจะอ่านจบ แต่เล่มนี้ ...
2ชม. จบ!! มันดีอย่างไร จะเล่าตัวอย่างตอนที่ชอบให้ฟังครับ (พล่ามนานเกิดเดี๋ยวจะขี้เกียจอ่านกัน)
------------------------------------------------------
-อ้างอิงจาก หน้า34 หนังสือ มึงสู้จริงหรือเปล่า-
ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งในอเมริกา เคยมีเงินเดือนเกือบ 2 ล้านบาทต่อเดือน แต่เมื่อเจอกับวิกฤติเศษฐกิจในอเมริกา เขาถึงกับตกงาน ไม่มีรายได้ซักกะบาท! เขามีลูกวัยเรียน2คนและเมียที่เป็นแม่บ้านต้องเลี้ยงอีกคน เขาต้องมีเงินสำหรับใช้จ่ายเยอะมากในแต่ละเดือน จนน่าวิตกว่า เขาจะหางานที่สามารถจุนเจือครบอครัวได้จริงหรือ?
แต่ผู้บริหารคนนี้ เขามั่นใจ100%ว่า หากเขาเป็นคนขยัน เป้นคนอดทน มุ่งมั่น และไม่ยอมแพ้ เขาไม่มีวันตกงานแน่!!
วันรุ่งขึ้น หลังจากที่ออกจากงาน เขาตะเวนสมัครงานไปด้วย หางานตั้งแต่เช้ามืดยันมืดค่ำ 3เดือนผ่านไป
เขาก็ยังคงตกงาน
เพราะทุกบริษัทก็เป็นแบบเขา คือย่ำแย่ ตกต่ำ มีคนขายไม่มีคนซื้อ เศษฐกิจบัดซบสุดๆ
เข้าเดือนที่ 4 เงินเขาหมด เขาจึงตัดสินใจขายรถ และเอาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว
เขาก็ยังออกจากบ้านทุกเช้า เผื่อไปฟังคำปฏิเสธทุกวัน ตั้งแต่เช้ามืด ยังมืดค่ำ
จนเมียถามว่า เขาจะไปทำไม ให้เสียเวลา เสียเงิน เสียเกียรติ และ เสียศักดิ์ศรี
เขาหันมาบอกเมียจ๋าว่า ถ้าเราไม่ไป เราถูกปฏิเสธ 100% ชีวิตล้มแหลวแน่นอน 100% แต่ถ้าเราออกไป เรายังมีโอกาศประสบความสำเร็จ 10% ถ้ายังสู้ได้ เขาจะไม่ยอมแพ้เป็นอันขาด!!
เข้าสู่เดือนที่ 6 เงินจากการขายรถ หมดอีกครั้ง
เขาเอาบ้านไปจำนอง ได้เงินมาไม่ถึง1/4ของราคาบ้าน และเขาก็ออกสมัครงานต่อ
เข้าสู่เดือนที่10 เงินจากการขายบ้านหมด....
เขาต้องให้ลูกออกจากโรงเรียน เผื่อลดค่าใช้จ่าย เขาต้องรวบรวมทรัพย์สินที่มีค่าในบ้าน ไปขาย จนหมดตัว
เขาแทบไม่เหลืออะไรแล้ว...
เขาเดินสมัครงานจนรองเท้าสึกและพื้นรองเท้าขาด จนเขาต้องเดินลากขาไปเผื่อไม่ให้พิ้นรองเท้าเปิด เป็นที่น่าสมเพศของผู้คนรอบข้างนัก วันหนึ่ง เขาไม่มีเงินแม้แต่จะกินข้าวเที่ยง เขาต้องดื่มน้ำก๊อกกลั้วท้องไปวันๆ และเขาก็เดินไปต่อ กระทั่งเขารู้สึกเจ็บแปร๊บที่เท้าอย่างสุดๆ เขาตกใจและยกเท้าขึ้นมาดู
ลวดงอๆทิ่มเข้าไปที่นิ้วเท้าของเขาลึกไปประมาณ 2 นิ้ว เขารีบดึงออกมา และทันใดนั้น
ปรี๊ด! เลือดพุ่งออกมาเต็มเท้า
เขาทรุดตัวลงฟุตบาท และร้องไห้ออกมา ไม่ไหวแล้ว... ชีวิตกู...ทำไมมันบัดซบอย่างงี้ พระเจ้าเล่นตลกอะไรอยู่ กูไม่ขำ พระเจ้าจะทดสอบกูไปถึงไหน!
เขาเป็นคนขยัน ตั้งมั่น ทุ่มเท และไม่ยอมแพ้มาตลอด
สิ่งที่เขาควรได้รับ คือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
ไม่ใช่ความยากจน ลำบาก อดอยาก แร้งแค้นแบบนี้
เขาด่าพระเจ้าลั่นถนน!! ไม่ไหวแล้ว!....
..........
เมื่ออารมณ์เย็นขึ้น เขาเอามือหนึ่งกดแผลไว้ให้เลือดหยุด และเอาอีกมือหนึ่ง หยิบลวดอันนั้นมาดู
และด้วยความที่เป็นนักบริหาร เขาจึงคิดจะหาประโยช์นจากมัน
เขาคิดใจใน....มึงตำตีนกูได้ กูก็ต้องเอามึงไปใช้งานได้! กูไม่ยอมให้มึงทำกูข้างเดียวหรอก!!
เขานั่งคิดอยู่พักใหญ่ จนเลือดหยุด เขาจึงเดินไปหาเจ้าของโรงงานคนหนึ่งที่เป็นคนรู้จักคุ้นเคยกันมานาน พร้อมกับถือลวดไปด้วย แล้วเสนอไอเดียจากไอ้ลวดนรกนั่น เจ้าของโรงงานสงสาร จึงยอมรับคำขอร้องของเขา....
หลายเดือนผ่านไป ชายคนนี้ประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่! ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี โด่งดังไปทั่วโลก!
โดยการนำลวดที่ตำตีนเขา
มาเปลี่ยนเป็น
ลวดหนีบการะดาษ!!!
มีประเทศไหนในโลกไหมครับ ที่ไม่มีลวดหนีบกระดาษ
ชายผู้ตกอับจนถึงขีดสุด กลับมาร่ำรวยและยิ่งใหญ่ที่สุดได้ เขาจึงสรุปได้ว่า
ถ้ามีความพยายาม อดทน มุ่งมั่น และไม่ย่อท้อ
สิ่งที่พระเจ้าจะประทานให้คุณ มีแต่ความสำเร็จเท่านั้น
ที่สำคัญคือ
มึงสู้ จริงหรือเปล่า!!!!!
-จบแล้ว-
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผมปิดหนังสือลง หลับตาแปบนึงแล้วคิดในใจ....
เจ๋งวะ.....
ถ้าคนเราสู้อย่างไม่ย่อท้อ และอดทนจนถึงที่สุด ผลตอบแทนมันจะต้องย้อนกลับมาหาเราแน่นอนครับ
ผมชอบคำปิดท้ายของบทความในหนังสือเล่มนี้มากเลย “มึงสู้จริงหรือเปล่า!” อ่านคำนี้แล้ว ทำให้ผมกลับมาย้อมถึงตัวเองทุกที ว่าที่ผ่านมา ผมสู้จริงหรือเปล่า และในเมื่อมันไม่ใช่ ก็สู้ซิโว้ยยยย!!!
หลังจากนั้น ผมถึงได้ตัดสินใจเริ่มทำบล๊อคชิ้นนี้ไงครับ ^-^
ว่าแต่....ยาวไปหรือเปล่าวะเนี่ย - -"
<อ้างอิงจากหนังสือ มึงสู้จริงหรือเปล่า ของคุณ สมคิด ลวางกูร ขอบคุณครับที่ทำให้ผมมีไฟ>